ประกันชั้น 1 ไม่ได้ฟรีทุกกรณี! ชนเสาไฟ ไม่มีคู่กรณี อาจมีค่า Excess 1,000 บาท. แสงทอง โบรคเกอร์ ช่วยคุณ.
คุณกานต์ เป็นพนักงานออฟฟิศที่เพิ่งออกรถคันแรกมาไม่นาน เธอเลือกทำประกันรถยนต์ชั้น 1 เพื่อความสบายใจ เพราะรู้ว่าตัวเองยังขับรถไม่คล่องนัก และไม่อยากต้องกังวลเรื่องค่าซ่อมหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน
วันหนึ่ง ขณะที่คุณกานต์กำลังขับรถกลับบ้านตามปกติ ฝนก็เริ่มตกปรอยๆ ถนนลื่นเล็กน้อย ทันใดนั้น รถกระบะคันข้างหน้าก็เบรกกะทันหัน คุณกานต์ที่ขับตามมาในระยะที่ปลอดภัยแล้ว ก็รีบเหยียบเบรกตาม แต่ด้วยความตกใจและพื้นถนนที่เปียก รถของเธอก็เสียหลักไถลไปเล็กน้อย พวงมาลัยสะบัด ทำให้หน้ารถไปชนเข้ากับเสาไฟฟ้าข้างทางเข้าอย่างจัง! โชคดีที่คุณกานต์คาดเข็มขัดนิรภัยและไม่ได้ใช้ความเร็วสูง จึงไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ แต่กันชนหน้าและไฟหน้าของรถเธอเสียหายอย่างเห็นได้ชัด
หัวใจของคุณกานต์เต้นรัวด้วยความตกใจและกังวล เธอรีบโทรหาบริษัทประกันเพื่อแจ้งเหตุ พนักงานรับเรื่องด้วยความรวดเร็ว และบอกว่าให้รอเจ้าหน้าที่สำรวจภัยมาที่เกิดเหตุ แต่แล้วพนักงานก็แจ้งข้อสงสัยขึ้นมาว่า "คุณลูกค้าคะ กรณีนี้เป็นการชนเสาไฟฟ้า ซึ่งไม่มีคู่กรณีที่เป็นยานพาหนะ หรือคู่กรณีที่ไม่สามารถระบุตัวได้ อาจเข้าข่ายต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรก 1,000 บาทนะคะ"
คุณกานต์ถึงกับงง เพราะเธอเข้าใจมาตลอดว่า "ประกันชั้น 1 เคลมได้ทุกกรณี" แล้วทำไมยังต้องเสียเงินเองอีก? เธอไม่รู้จะทำอย่างไรดี จึงติดต่อไปยัง "แสงทอง โบรคเกอร์" ที่เป็นผู้ดูแลประกันรถยนต์ให้เธอ เพื่อขอคำปรึกษา
ทีมงานของ แสงทอง โบรคเกอร์ อธิบายให้คุณกานต์ฟังอย่างใจเย็นว่า:
**ประกันชั้น 1 คุ้มครองจริง... แต่ต้องเข้าใจ "ค่าเสียหายส่วนแรก"**
ในกรณีของคุณกานต์ ที่รถไปชนกับเสาไฟฟ้า (ซึ่งไม่ใช่ยานพาหนะและไม่ได้เกิดจากการชนกับรถคันอื่น) ทางบริษัทประกันภัยอาจตีความว่าเป็น "ความเสียหายที่ไม่มีคู่กรณีที่ระบุได้" หรือ "อุบัติเหตุเล็กน้อยที่ไม่ได้เกิดจากการชนกับยานพาหนะ" ซึ่งตามเงื่อนไขกรมธรรม์ส่วนใหญ่ของประกันชั้น 1 มักจะมีการเรียกเก็บ "ค่าเสียหายส่วนแรก (Excess)" หรือที่บางคนเรียกว่า "ค่าเสียหายส่วนแรกภาคบังคับ" ประมาณ 1,000 บาทต่อเหตุการณ์
**ทำไมถึงมีค่าเสียหายส่วนแรกในบางกรณี?**
จุดประสงค์ของค่าเสียหายส่วนแรกคือ เพื่อป้องกันการเคลมที่เกิดจากความประมาทเล็กๆ น้อยๆ ของผู้ขับขี่ หรือการแจ้งเคลมที่ไม่ใช่เหตุการณ์รถชนที่ชัดเจน เช่น รอยขีดข่วนที่ไม่รู้ที่มา, หินกระเด็นใส่, กระจกแตกโดยไม่มีคู่กรณี หรือการถอยชนสิ่งกีดขวางเอง หากไม่มีข้อกำหนดนี้ อาจมีการเคลมเล็กๆ น้อยๆ บ่อยครั้ง ซึ่งส่งผลต่อค่าเบี้ยประกันโดยรวม
**เคล็ดลับจาก แสงทอง โบรคเกอร์ ที่คนใช้รถต้องรู้!**
1. **ทำความเข้าใจ "ค่าเสียหายส่วนแรก":** ก่อนซื้อประกัน ควรถามและทำความเข้าใจเงื่อนไขของค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) ให้ดี ว่าครอบคลุมสถานการณ์ใดบ้าง และบริษัทไหนมีเงื่อนไขอย่างไร เพื่อเลือกแผนที่เหมาะสมกับการใช้งานของคุณที่สุด
2. **ระบุคู่กรณีให้ได้:** หากเกิดเหตุเฉี่ยวชน พยายามรวบรวมข้อมูลคู่กรณีให้ได้มากที่สุด เช่น ชื่อ ทะเบียนรถ เบอร์โทรศัพท์ ถ่ายรูปที่เกิดเหตุไว้ให้ชัดเจน รวมถึงสภาพความเสียหายของรถทั้งสองฝ่าย เพราะถ้ามีคู่กรณีที่ระบุได้ชัดเจน โอกาสที่จะไม่ต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรกก็มีสูง
3. **แจ้งเคลมทันทีเมื่อเกิดเหตุ:** หากเกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหน ควรแจ้งบริษัทประกันทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่สำรวจภัยได้เข้าไปตรวจสอบและบันทึกเหตุการณ์ ณ ที่เกิดเหตุ ซึ่งจะช่วยให้การเคลมเป็นไปอย่างราบรื่น
คุณกานต์รู้สึกโล่งใจมากขึ้นหลังจากได้รับคำอธิบายจาก แสงทอง โบรคเกอร์ และเข้าใจในเงื่อนไขกรมธรรม์มากขึ้น ทีมงานยังช่วยอำนวยความสะดวกในการประสานงานกับบริษัทประกัน ทำให้คุณกานต์ไม่ต้องวุ่นวายใจกับการเคลม
*หมายเหตุ: เรื่องราวและเหตุการณ์ทั้งหมดในบทความนี้เป็นเรื่องสมมติ หากมีความคล้ายคลึงกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงถือเป็นความบังเอิญ*
รู้แบบนี้แล้ว อย่าปล่อยให้เรื่องประกันรถยนต์เป็นเรื่องยุ่งยากอีกต่อไป! ให้ แสงทอง โบรคเกอร์ เป็นผู้ช่วยของคุณ เรามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษา เปรียบเทียบเบี้ยประกันจากบริษัทชั้นนำ ให้คุณได้แผนประกันที่คุ้มค่าที่สุดในราคาที่ใช่!
เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ฟรีและซื้อออนไลน์ได้ทันที
https://saengthong-broker.com/car-insurance
#แสงทองโบรคเกอร์ #ประกันรถยนต์ #ประกันชั้น1 #ค่าเสียหายส่วนแรก #เคลมประกัน #อุบัติเหตุรถยนต์ #ความรู้ประกันรถยนต์ #ซื้อประกันออนไลน์ #ต่อประกันรถยนต์ #เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ #รถคันแรก #มือใหม่หัดขับ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น